วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความรู้ทั่วไป

พนักงานมหาวิทยาลัยไทย

ประวัติ

ในอดีตมีการกำหนดให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถาบันอุดมศึกษา มีสถานะเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2507[1] ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดจ้างพนักงานทดแทนอัตราข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการออกนอกระบบในปี พ.ศ. 2545 โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่มากกว่าข้าราชการ คือ เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า สำหรับข้าราชการ สาย ก. และเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า สำหรับข้าราชการ สาย ข. และ สาย ค. ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งมีนายพิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน[2] จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดอัตราพนักงานมหาวิทยาลัย ทดแทนอัตราข้าราชการ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 ขึ้น จึงมีการกำหนดเกี่ยวกับพนักงานมหาวิทยาลัย อย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันในสถาบันอุดมศึกษาไม่มีการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว โดยสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จะใช้การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยทดแทนอัตราข้าราชการเดิม ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัย มีสิทธิที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และตำแหน่งผู้บริหารเช่นเดียวกันกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา[3]

คุณสมบัติของบุคคลที่จะบรรจุเข้าเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

ผู้ที่จะบรรจุเข้ารับราชการหรือปฏิบัติงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้
  • มีสัญชาติไทย
  • มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
  • เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และไม่มีลักษณะต้องห้ามลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

ประเภท

พนักงานมหาวิทยาลัย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่
  • (ก) ตำแหน่งวิชาการ ซึ่งทำหน้าที่สอนและวิจัย ได้แก่
  • (ข) ตำแหน่งประเภทผู้บริหาร ได้แก่
    • อธิการบดี
    • รองอธิการบดี
    • คณบดี
    • หัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
    • ผู้ช่วยอธิการบดี
    • รองคณบดีหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
    • ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง
  • (ค) ตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ได้แก่
    • ระดับเชี่ยวชาญพิเศษ
    • ระดับเชี่ยวชาญ
    • ระดับชำนาญการพิเศษ
    • ระดับชำนาญการ
    • ระดับปฏิบัติการ
  • (ง) ตำแหน่งประเภททั่วไป ได้แก่
    • ระดับชำนาญงานพิเศษ
    • ระดับชำนาญงาน
    • ระดับปฏิบัติงาน

การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย นั้น เนื่องจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีการปรับปรุงบัญชี 18 [4] ของระเบียบสำนักนายก รัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราช อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. 2536 [5] ซึ่งเป็นเกณฑ์การขอพระราชทานครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีลักษณะพิเศษ โดยให้รวมถึงบุคลากรประเภทพนักงานมหาวิทยาลัยด้วย ตามบัญชี 18
ดังตัวอย่างของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้
1. พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะเสนอขอพระราชทานได้ คือ พนักงานมหาวิทยาลัยหมวดเงินอุดหนุน ซึ่งจ้างจากเงินงบประมาณแผ่นดิน และพนักงานมหาวิทยาลัยหมวดเงินทุนคณะ (เงินรายได้) ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการจ้างในระบบพนักงานมหาวิทยาลัย เท่านั้น
2. ตามร่างบัญชี 18 ลำดับที่ 1 ตำแหน่ง “ประจำแผนก” หมายความถึง ตำแหน่งที่บรรจุโดยใช้วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ส่วนตำแหน่งที่ใช้วุฒิ ปวช. และ ปวส. บรรจุก็สามารถขอพระราชทานได้หากมีเวลาราชการครบตามเกณฑ์ และได้รับเงินเดือนถึงขึ้นต่ำของวุฒิปริญญาตรีที่ใช้ในการบรรจุพนักงานมหาวิทยาลัย
3. ในการขอพระราชทานเครื่องราชฯ นั้น ต้องคำนึงถึงผลของการปฏิบัติงานด้วย เนื่องจากข้อ 10 (2) ของระเบียบฯ ดังกล่าวได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมควรได้รับการพิจารณาเสนอขอพระราชทานเครื่องราชฯ ไว้ดังนี้
“เป็นผู้ประพฤติดีและปฏิบัติงานราชการหรือปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนด้วยความอุตสาหะ ซื่อสัตย์ และเอาใจใส่ ต่อหน้าที่อย่างดียิ่ง”

เครื่องแบบพนักงานมหาวิทยาลัย

เครื่องแต่งกายของพนักงานมหาวิทยาลัยในงานพิธีต่างๆ มีการกำหนดขึ้นในแต่ละสถาบันอุดมศึกษาตามแต่ความเหมาะสมแตกต่างกันไป อ้างอิงจากเครื่องแบบปกติขาว เครื่องแบบเต็มยศหรือครึ่งยศของข้าราชการพลเรือนทั่วไป โดยปกติจะมีข้อแตกต่างที่ดวงตรา สัญลักษณ์ และอินทรธนู ที่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด อาทิ มหาวิทยาลัยมหิดลใช้ตรามหาวิทยาลัยและดอกกันภัยมหิดลบนอินทรธนู [6] จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเครื่องแบบของสตรีไปใช้เสื้อคล้ายแบบบุรุษ [7] มหาวิทยาลัยพะเยา[8] เป็นต้น

ข้อมูลบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบัน

สถาบันอุดมศึกษาข้าราชการพลเรือน ในสถาบัน อุดมศึกษาพนักงานมหาวิทยาลัยพนักงานราชการลูกจ้างประจำลูกจ้างชั่วคราวอื่นๆรวม[10]
1. มหาวิทยาลัยของรัฐ (16 แห่ง)17,36624,3381,0774,81611,9503,86863,415
2. มหาวิทยาลัยในกำกับ (14 แห่ง)6,24425,559477,65210,8049,54259,848
3. มหาวิทยาลัยราชภัฏ (40 แห่ง)5,42713,0778739508,08118428,592
4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคล (9 แห่ง)
4,6123,0184078224,5606713,486
รวม33,64965,9922,40414,24035,39513,661165,341
จำนวนเปอร์เซ็นต์20.35%39.91%1.45%8.16%21.41%8.26%100.00%

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น